หมดแพสชันในการปั้นหุ่นใช่ไหม แนะนำเพลย์ลิสต์เพลงออกกำลังกายสุดมันส์ที่จะช่วยบิ้วอารมณ์ให้คุณพร้อมลุยแบบครบจบในที่เดียว
หมดแพสชันในการปั้นหุ่นใช่ไหม แนะนำเพลย์ลิสต์เพลงออกกำลังกายสุดมันส์ที่จะช่วยบิ้วอารมณ์ให้คุณพร้อมลุยแบบครบจบในที่เดียว
วันไหนที่เหนื่อยจากงานจนร่างแทบแหลก แค่คิดว่าจะต้องลุกมาทำแพลงก์ก็ท้อแล้วใช่ไหมครับวัยรุ่น อาการหมดไฟแบบนี้พี่โฮมยิมบอกเลยว่าเจอกันทุกคนครับ แต่เชื่อไหมว่าแค่เรากดเพลย์เพลงจังหวะตึง ๆ พลังงานแฝงมันก็จะพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันทีเลยล่ะ ในบทความนี้ผมเลยขออาสามาแจกเพลย์ลิสต์เพลงออกกำลังกายที่จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเทรนเนอร์ส่วนตัวคอยตะโกนบิ้วอารมณ์อยู่ข้างหู เพื่อให้ทุกคนสามารถนำแนวทางนี้ไปปรับใช้และตัดสินใจลุกขึ้นมารีดเหงื่อได้อย่างถูกต้องและแม่นยำครับ
ทำไมเสียงเพลงถึงเป็นอาวุธลับที่ช่วยให้เราออกกำลังกายได้อึดขึ้น
มันไม่ได้คิดไปเองนะเออ วิทยาศาสตร์เขาก็คอนเฟิร์มมาแล้วว่าจังหวะดนตรีที่เร้าใจจะไปช่วยกระตุ้นสารโดปามีนในสมอง ทำให้เรารู้สึกสนุกและลืมความเหนื่อยล้าไปชั่วขณะครับ
แจก 3 สไตล์เพลย์ลิสต์เพลงที่สายโฮมยิมต้องเซฟเก็บไว้
เพื่อให้การยืดเส้นยืดสายในห้องไม่เงียบเหงาเกินไป ลองไปเสิร์ชหาเพลย์ลิสต์ทรงตึงพวกนี้ในแอปสตรีมมิ่งดูได้เลยครับ
สไตล์ที่ 1 EDM สายตื๊ด กระตุ้นจังหวะหัวใจให้สูบฉีด
ใครชอบคาร์ดิโอเดือด ๆ ต้องจัดแนวนี้เลยครับ จังหวะเบสที่กระแทกหูแบบสับ ๆ จะช่วยล็อกจังหวะการหายใจและการเคลื่อนไหวของเราให้คงที่ เหมาะมากกับการเอาไปเปิดตอนทำท่า Mountain Climber หรือการเต้นแอโรบิก รับรองว่าเบิร์นไขมันกระจุยกระจายแน่นอนครับ
สไตล์ที่ 2 Hip-Hop โยกหัวเบา ๆ เน้นความเท่และดุดัน
สำหรับวันไหนที่อยากจะเล่นเวทเทรนนิ่งเน้นปั้นกล้ามเนื้อทีละส่วน พี่โฮมยิมแนะนำฮิปฮอปจังหวะกลาง ๆ เลยครับ ความหน่วงของบีตจะช่วยให้เราโฟกัสกับการเกร็งหน้าท้องหรือการยกดัมเบลได้นิ่งขึ้น ฟีลลิ่งตอนส่องกระจกแล้วยกเหล็กไปตามจังหวะแร็ปมันโคตรจะเท่และดูดุดันมากขอบอก
สไตล์ที่ 3 Pop-Rock ปลุกพลังแฝงให้พร้อมบวกกับทุกท่า
ถ้าคุณเป็นสายบอดี้เวทที่ต้องทำหลาย ๆ ท่าวนไปแบบเซอร์กิต การเลือกเพลงป็อปร็อกที่มีท่อนฮุคทรงพลังจะช่วยบิ้วอารมณ์ให้ฮึกเหิมได้ดีเยี่ยมเลยครับ จังหวะที่กีตาร์โซโล่มันเหมือนมีเพื่อนมาตะโกนเชียร์ให้เราฮึบทำเซ็ตสุดท้ายให้จบแบบสวย ๆ ครับ
เลือกจังหวะเพลงอย่างไรให้เข้ากับรูปแบบการฝึกของเรา
คีย์เวิร์ดสำคัญคือการแมตช์ความเร็วของเพลงหรือ Beats Per Minute (BPM) ให้เข้ากับการเต้นของหัวใจเราครับ ถ้าเป็นการวอร์มอัพควรเริ่มจากเพลงชิล ๆ ที่ 90 ถึง 110 BPM พอเริ่มเข้าโหมดรีดเหงื่อจริงจังให้ขยับไปหาเพลงที่ 120 ถึง 140 BPM ส่วนช่วงคูลดาวน์ก็ดึงจังหวะกลับมาที่เพลงบรรเลงช้า ๆ เพื่อปรับอารมณ์ให้ผ่อนคลาย หากคุณมีตารางฝึกในใจอยู่แล้ว สามารถนำเทคนิคการเลือกเพลงนี้ไปจับคู่กับตารางในบทความ [คู่มือ ออกกำลังกายที่บ้าน] เพื่อสร้างรูทีนสุดปังของตัวเองได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการฟังเพลงตอนออกกำลังกาย (FAQ)
ใส่หูฟังออกกำลังกายที่บ้านอันตรายไหม
ถ้าเล่นอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเราเองก็ถือว่าปลอดภัยระดับหนึ่งครับ แต่ควรเลือกระดับเสียงให้พอดี และหลีกเลี่ยงการใช้โหมดตัดเสียงรบกวนภายนอกจนมิดร้อยเปอร์เซ็นต์ เผื่อมีเหตุฉุกเฉินหรือเสียงเตือนอะไรในบ้านเราจะได้ยังพอรับรู้ได้ครับ
ควรเปิดเพลงเสียงดังแค่ไหนถึงจะพอดี
เอาแค่พอให้เรารู้สึกถึงจังหวะและเนื้อร้องก็พอครับ ไม่ควรเปิดดังทะลุหลอดจนหูอื้อ เพราะนอกจากจะทำลายแก้วหูในระยะยาวแล้ว ยังอาจจะรบกวนเพื่อนบ้านหรือคนในครอบครัวที่กำลังพักผ่อนอยู่ด้วยครับ
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น